ข่าวใหม่


รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ครม.ไฟเขียวเลื่อนเปิดเทอม จาก 16 พฤษภาคม เป็น 1 กรกฎาคม 2563

ครม.ไฟเขียวเลื่อนเปิดเทอม จาก 16 พฤษภาคม เป็น 1 กรกฎาคม 2563

วันนี้ (7 เม.ย.) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอการปรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 โดยให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะปรับวิธีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่กำหนดไว้ในแต่ละระดับการศึกษา ของปีการศึกษา 2563 โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ต่อไป

สาระสำคัญของเรื่อง ศธ. เสนอว่า

1. ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติในคราวประชุมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ข้อ 2 ยับยั้งการระบาดภายในประเทศ ข้อ 2.4 งดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย (สถาบันการศึกษา) โรงเรียน โรงเรียนนานาชาติ และสถาบันกวดวิชา หรือปรับวิธีการเรียนการสอนเป็นทางออนไลน์ ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นระยะเวลา 14 วัน และให้สถานศึกษาดำเนินการป้องกันโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เมื่อสถานศึกษากลับมาเปิดสอนตามปกติ และข้อ 2.6 งดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัดของหน่วยงานที่มีคนจำนวนมาก ได้แก่ ค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน รวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว หรือหากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ของโรค เช่น การตรวจคัดกรองคนก่อนเคลื่อนย้าย

2. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 ข้อ 7 วรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษาเปิดและปิดภาคเรียนตามปกติในรอบปีการศึกษาหนึ่งตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ (1) ภาคเรียนที่หนึ่ง วันเปิดภาคเรียน วันที่ 16 พฤษภาคม วันปิดภาคเรียน วันที่ 11 ตุลาคม (2) ภาคเรียนที่สอง วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 พฤศจิกายน วันปิดภาคเรียน วันที่ 1 เมษายน ของปีถัดไป วรรคสอง สถานศึกษาใดประสงค์จะเปิดและปิดภาคเรียนแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดเป็นผู้กำหนดตามที่เห็นสมควร ดังนั้น อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรให้มีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าหากมีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2563 เป็นอย่างยิ่งและจะมีผลกระทบต่อไปถึงการเรียนการสอนในปีการศึกษาต่อ ๆ ไปด้วย โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ประสานงานกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ถึงความเหมาะสมในวิธีการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับนโยบายโดยรวมของประเทศต่อไป

3. กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศเรื่องให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563 ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษดังกล่าว หากมีความจำเป็น ให้ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดแนวทางแก้ปัญหา ทั้งนี้ ให้สถานศึกษาจัดให้มีการเรียนการสอนด้วยการไม่ต้องเข้าชั้นเรียนโดยปรับการเรียนการสอนเป็นทางออนไลน์

4. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถติดต่อโดยการแพร่กระจายละอองฝอยของเชื้อโรคเหมือนเชื้อกลุ่มไข้หวัด และการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง จึงติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตประชาชน ประกอบกับในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคทั้งยังไม่มียารักษาโรคโดยตรง ทำให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนเป็นกลุ่ม หรือการรวมตัวกันของคนหมู่มาก มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้เรียน ครู ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบการปรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563

5. เนื่องจากตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) มีคำแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี อันส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาในกระบวนการการรับสมัคร การสอบคัดเลือก การจับฉลาก การประกาศผล การรายงานตัว และการมอบตัวที่ได้กำหนดวันไว้เดิมตามปฏิทินการรับนักเรียน นักศึกษาและผู้เรียนในปีการศึกษา 2563 ซึ่งกำหนดดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2563 โดยขณะนี้สถานศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการข้างต้น ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549

ขอบคุณข้อมูลจาก : mgronline

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ช่วงโควิดระบาดหนัก!! ออมสินประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ทุกประเภท เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

ออมสินประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ทุกประเภท เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

ธนาคารออมสินออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งช่วยเหลือโดยการพักชำระหนี้ 3 เดือน ทุกประเภท และให้กู้เงิน”สินเชื่อเพื่อค่าใช้จ่าย” ลงทะเบียน 15 เมษายน 2563 นี้

ธนาคารออมสินช่วยลูกค้าเงินกู้ ให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนธนาคารออมสิน จัดให้ทันที เริ่ม 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2563 เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19+

 

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

กรมการขนส่งขนส่งทางบก อบรมใบขับขี่ออนไลน์ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กรมการขนส่งขนส่งทางบก อบรมใบขับขี่ออนไลน์ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กรมการขนส่งทางบก ขยายเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ สามารถใช้ต่อไปได้จนกว่าจะมีการยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมประกาศงดการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ได้สั่งการให้งานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกหน่วยงาน ผ่อนผันขยายระยะเวลาหรืออายุของใบสำคัญรับรอง ใบอนุญาต สัญญา และหนังสือสำคัญ จากวันที่หมดอายุหรือสิ้นอายุออกไปจนกว่าจะมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออก ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

งดการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ กรณีใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้วไม่เกินหนึ่งปี หรือสิ้นอายุเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป หรือครบอายุในระหว่างช่วงงดการดำเนินการ ให้ถือว่ายังสามารถใช้ขับรถได้ โดยให้มาดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น

นอกจากนี้ ยังให้งดบริการการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก และงดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านใบอนุญาตขับรถ และด้านทะเบียนและภาษีรถ ณ หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน หรือศูนย์บริการร่วม

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาการมาติดต่อกับทางราชการ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเปิดการอบรมเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น มีผู้เข้าอบรมแล้วจำนวนกว่า 40,000 ราย ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วในช่วงที่ผ่านมา และผู้ที่เข้ารับการอบรมตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป สามารถนำผลการอบรมมาดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น โดยการอบรมประกอบด้วย การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถรถส่วนบุคคล (รถยนต์, รถยนต์สามล้อ, รถจักรยานยนต์) จำนวน 1 ชั่วโมง การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง จำนวน 2 ชั่วโมง การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (รถยนต์สาธารณะ หรือ รถแท็กซี่, รถยนต์สามล้อสาธารณะ, รถจักรยานยนต์สาธารณะ) จำนวน 3 ชั่วโมง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า การให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่ง ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ใช้ช่องทางชำระภาษีรถประจำปีอื่น โดยไม่ต้องมาติดต่อที่สำนักงานขนส่ง ได้แก่ บริการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th เคาน์เตอร์เซอร์วิส ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น แอปพลิเคชัน Truemoney Wallet mPAY ที่ทำการไปรษณีย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)

*หมายเหตุ ประกาศกรมการขนส่งทางบกอยู่ในคอมเมนท์

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ!! เปิด 4 ขั้นตอนลูกจ้างรายวันรับเงิน 5 พันบาทลงทะเบียนผ่านเว็บ เราไม่ทิ้งกัน

เปิด 4 ขั้นตอนลูกจ้างรายวันรับเงิน 5 พันบาทลงทะเบียนผ่านเว็บ เราไม่ทิ้งกัน หลังจากรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อลดการระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บ www.เราไม่ทิ้งกัน.com

ซึ่งกลุ่มที่จะดูแลกลุ่มแรงงานลูกจ้างชั่วคราวอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยจะเพิ่มสภาพคล่องสนับสนุนเงิน 5,000 บาทต่อ 1 เดือนเป็นเวลา 3 เดือน

นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อฉุกเฉินให้กู้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อรายโดยคิดดอกเบี้ย 0.1 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน โดยไม่มีหลักประกันและสินเชื่อพิเศษปล่อยกู้ 50,000 บาทอัตราดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนแต่มีหลักประกัน ตลอดจนถึง โรงรับจำนำให้ดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย

ขั้นตอนการลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาท เยียว”ลูกจ้างชั่วคราว”ได้รับผลกระทบ “โควิด-19”

ลงทะเบียนเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ผ่าน 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย

1. บัตรประชาชน
2.ข้อมูลส่วนบุคคล
3.ข้อมูลนายจ้าง
4.แจ้งส่งเข้าพร้อมเพย์ หรือบัญชีธนาคาร
– พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
– โอนเข้าบัญชีธนาคาร

 

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ใครที่เดินทางกลับบ้าน ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกัน COVID-19

สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ให้ทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกัน COVID-19 แพร่กระจายไปสู่คนอื่นต่อ ๆ กัน

หากท่านมีความจำเป็นต้องกลับบ้าน ผู้ที่เดินทางตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 เมื่อถึงภูมิลำเนา ควรแยกตัวสังเกตอาการไข้และอาการทางเดินหายใจทุกวัน และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในที่พักอาศัยจนครบ 14 วัน นับจากวันที่เดินทางมาถึงภูมิลำเนา

โดยขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อท่านเดินกลับจากกรุงเทพมหานคร มีดังนี้

1. ไม่รับประทานอาหาร และใช้กาชนะร่วมกับผู้อื่น
2. ไม่ไช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ซ้อนส้อม
3. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำ และสบู่นาน 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์ 70% ลูบมือจนแห้ง
4. หลีกเลี่ยงการพูดคุยใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง
5. หากมีไข้ และอาการทางเดินหายใจ ให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่โดยทันที

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

หลักเกณฑ์รับเงินประกันการใช้ไฟคืน รับสูงสุด 5,000 บาท ดีเดย์ 25 มี.ค. นี้

หลักเกณฑ์รับเงินประกันการใช้ไฟคืน รับสูงสุด 5,000 บาท ดีเดย์ 25 มี.ค. นี้

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) :การขอรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า “บ้านอยู่อาศัย-กิจการขนาดเล็ก”
1. ลงทะเบียนออนไลน์ ได้แก่

แอปพลิเคชั่น : MEA Smart Life
เว็บไซต์ : mea.or.th
Facebook : การไฟฟ้านครหลวง
MEA Twitter : @mea_news
Line : @meathailand
สแกน QR Code ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า (จดเลขอ่านตั้งแต่ 25 มี.ค. 63 เป็นต้นไป รับเงินตั้งแต่ 31 มี.ค. 63
2. ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ (ออฟไลน์)

โทร. 02-256-333 (50 คู่สาย) เริ่ม 25 มี.ค. – 29 พ.ค. 63 เวลา 08.00-15.30 น. ในวันทำการ
3. ลงทะเบียน ณ ที่ทำการของการไฟฟ้านครหลวง 18 เขต ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เพื่อลดความเสี่ยงจาก Covid-19

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) : การขอรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า “บ้านอยู่อาศัย-กิจการขนาดเล็ก”
1. ตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์
https://dmsxupload.pea.co.th/cdp/ ตั้งแต่ 25 มี.ค. 2563

2. ช่องทางรับเงินคืน

รับเงินผ่าน Prompt Pay
บัญชีเงินฝากธนาคาร
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เงินสดที่สำนักงานการไฟฟ้าทั่วประเทศ
3. รอรับ SMS ยืนยันผลการลงทะเบียน เริ่มจ่ายเงิน 31 มี.ค. 2563

4. สอบถามโทร. 1129 (90 คู่สาย)

** การรับเงินคืนผ่าน Prompt Pay (เฉพาะที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้วางหลักประกัน)

**บัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกสิกรไทย และเคาน์เตอร์เซอร์วิสไม่เกิน 50,000 บาท

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ประกันสังคม พร้อมเยียวยาลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด หยุดงาน 50% เลิกจ้าง 70%

ถือเป็นข่าวดีจากสถานการณ์ในช่วงนี้ที่ทำให้ต้องหยุดงาน ล่าสุดนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานคณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติวันที่ 20 มีนาคม เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน กรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ดังนี้

1. ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ให้ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนจากภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่ระบาดในมนุษย์ รวมทั้งภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้

– ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน

– กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน ร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน

2. เห็นชอบให้ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า เป็นอัตราร้อยละ 4 ระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งเห็นชอบให้ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม, เมษายน และพฤษภาคม 2563 ออกไปอีก 3 เดือน

โดยงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 กรกฎาคม 2563 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนเมษายน 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 สิงหาคม 2563 และงวดค่าจ้างเดือนพฤษภาคม 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 กันยายน 2563

3. เรื่องการรักษาพยาบาล คณะกรรมการมีมติให้ดูแลรักษาผู้ประกันตน ที่ป่วยโควิด 19 ให้ดีที่สุด ตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่กำหนด

นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือผลกระทบจากปัจจัยอื่นใด คณะกรรมการยังมีมติเห็นชอบให้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้นแก่ผู้ประกันตนที่ว่างงานจากกรณีลาออก ร้อยละ 45 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน และจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน จากกรณีเลิกจ้าง ร้อยละ 70 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน

ทั้งนี้ มาตรการนี้ให้ใช้บังคับเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยหลังจากนี้คณะกรรมการจะพิจารณาวิเคราะห์และมีมติพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งจะเร่งรัดให้มีผลบังคับโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของภาครัฐบาล และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน

ขอบคุณข้อมูลจาก : postgoodnews

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ป้องกันไว้ดีกว่า!! 6 วิธีดูแลตัวเอง ให้ห่างไกล COVID-19

วิกฤติ โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดขณะนี้ จึงอยากให้ทุกคนดูแลตัวเอง และคนใกล้ชิด ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะ 6 วิธีดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างไกลโควิด-19 (Covid-19) และโรคทางเดินหายใจจากไวรัสต่าง ๆ มีดังนี้

1.ล้างมือให้บ่อย : ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ (อย่างน้อย 20 วินาที) หรือเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์

2.หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้คนที่ป่วยที่จาม : หากเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้หน้ากากอนามัย

3.ไม่ขยี้ตา แคะจมูก : ไม่ใช้มือจับตา ปากและจมูก โดยที่ยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด

4.ออกกำลังกายเป็นประจำ : ออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

5.เมื่อมีอาการป่วย : สวมหน้ากากอนามัย พักที่บ้าน แยกตัว ไม่ดีขึ้นหรือมีโรคประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์

6.ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ : หากเป็นกลุ่มสุ่มเสี่ยงต้องไปฉีดวัคซีน

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ทำงานปกติ!! ด่วนเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ 13-14-15 เมษายน ออกไปเป็นที่เรียบร้อย

ด่วนเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ 13-14-15 เมษายน ออกไปเป็นที่เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ศูนย์ฯ ได้มีการประชุมใหญ่

โดยที่ประชุมเสนอให้เลื่อน หยุดสงกรานต์ ระหว่าง วันที่ 13-15 เมษายน ให้ไปหยุดช่วงเดือนกรกฎาคมแทน โดยมอบให้กระทรวงมหาดไทยเสนอเรื่องเข้า ครม.ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือ เสนอให้ สถานบันเทิงต่างๆ ปิดในเวลา 20.00 น. นอกจากนี้ เสนอปิดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เริ่มสอน online ตั้งแต่ 1 เม.ย เป็นต้นไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ ได้มีการเสนอให้ปิดผับทั่วประเทศ รวมทั้ง โรงภาพยนต์ สนามม้า สนามมวย สนามกีฬา รวมทั้งเลื่อนเปิด สถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ออกไปจากเดิม โดยจะเสนอต่อที่ ครม.พรุ่งนี้ (16 มี.ค.) เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน

โดย น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความยืนยัน โดยระบุว่าจะมีการชดเชยวันหยุดให้ภายหลัง ข้อความระบุว่า “ยกเลิกวันหยุด สงกรานต์ 13-14-15 นี้ เดี๋ยวจะมีการชดเชยวันหยุดให้ทีหลังนะคะ

cr : thaijobgov

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว


รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เดินชมไร่ชมนาไปกับ ขัวฮักขัวแพง ขัวน้อยสามัคคีตำบลบุ่งหวาย อุบลราชธานี

เดินชมไร่ชมนาไปกับ ขัวฮักขัวแพง ขัวน้อยสามัคคีตำบลบุ่งหวาย อุบลราชธานี อีกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่จะสัมผัสบรรยากาศของไร่นา อีกทั้งสะพานข้ามทุ่งนาตามหมู่บ้านต่างๆ ทางภาคอีสาน ซึ่งจากเดิมที่เคยสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกต่อการสัญจรไปวัดวาอาราม หรือให้พระสงฆ์ใช้เป็นเส้นทางบิณฑบาต ปัจจุบันขัวน้อยยังถือเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

ขัวฮักขัวแพงสร้างข้ามจากหมู่บ้านไปยังวัดบ้านโนนบอน อ.วารินชำราบ อุบลราชธานี เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บรรยากาศยามเช้าและเย็นสบายๆ นักท่องเที่ยวกับชาวบ้านนิยมมาเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นโดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

 

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

วัดป่าปากโดม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีองค์ทะนะมูลนาคราช อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสองค์ทะนะมูลนาคราช อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ให้เดินทางไปที่วัดป่าปากโดม หรือวัดปากโดมเทพนิมิต ที่ตั้งอยู่ในอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งจุดเด่นของวัดแห่งนี้คือสถาปัตยกรรมองค์พญานาค ทะนะมูลนาคราช ที่ดูยิ่งใหญ่อลังการและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง และภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้สักการะกันอีกมากมาย ทั้งพระพุทธปารุรังสีสัมมะโพธิญาณ และพญานาคองค์อื่นๆ อีกด้วย

โดยวัดปากโดมเทพนิมิต ตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์ไทร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เซ่นพิษ covid-19!! Legend Siam พัทยา ประกาศปิดกิจการชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อย

Legend Siam พัทยา สถานท่องเที่ยวสำคัญของพัทยา ประกาศปิดกิจการชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อย หลังเกิดเหตุการณ์หลายอย่างๆ covid-19 และพิษเศรษฐกิจที่ถดถอยตลอดปี 2562

โดย Legend Siam (เลเจนด์ สยาม) สถานที่ท่องเที่ยวสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมของพัทยา จังหวัดชลบุรี ประกาศปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด (โดยประกาศ ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563) นับเป็นอีกหนึ่งข่าวที่ทำเอาหลายคนตกใจอยู่ไม่น้อย ทั้งนี้ จากเฟซบุ๊ก ข่าวเมืองชล เผยประกาศดังกล่าว โดยใจความสำคัญ นั่นคือ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยตลอดปี 2562 มีการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก

อีกทั้งปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์ภาวะโรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (Covid-19) เป็นจำนวนมาก และมากขึ้นตามลำดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศดังที่ปรากฏทั่วไปตามสื่อต่าง ๆ มีผลทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยชะลอตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากกว่าที่คาดคิด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชลบุรี ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ประสบภาวะขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์อยู่ในภาวะวิกฤต ขาดสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ ฝ่ายบริหารได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องปิดกิจการของบริษัทฯ ลง และต้องเลิกจ้างพนักงานทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การเลิกจ้างพนักงานทุกท่าน บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยให้ตามกฎหมายกำหนด โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายบุคคล เป็นผู้จัดการดูแล ประสาน และดำเนินการกับท่านให้เรียบร้อยต่อไป ท้ายนี้ ฝ่ายบริหารขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทและตั้งใจให้กับบริษัทฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หากสถานการณ์ดีขึ้นทางบริษัทฯ จะรับท่านกลับเข้ามาทำงานโดยเร็วต่อไป จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี สถานที่เรียนประวัติศาสตร์ของชาวอุบล

ใครอยากที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี ท่านสามารถเข้าไปศึกษได้ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี สถานที่เรียนประวัติศาสตร์ของชาวอุบล

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี พิพิธภัณธ์ประจำจังหวัดแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กรมศิลปากรตั้งขึ้น ตั้งอยู่ที่อาคารศาลากลางหลังเดิมของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของจังหวัดอุบลราชธานี ตลอดจนโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม หัตถกรรม พุทธศาสนา การปกครองในจังหวัดอุบลราชธานี

โดยพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงข้ามกับทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี การเดินทางก็ง่ายสะดวกสบายตาแผนที่ด้านล่างนี้

 

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

วัดภูหล่น อีกหนึ่งสถานที่ที่หลวงปู่มั่นเริ่มฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน

สำหรับใครที่อยากจะสัมผัสสถานที่ที่หลวงปู่มั่นเริ่มฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน ถ้าสามารถเข้าไปสัมผัสได้ที่วัดภูหล่น

“ภูหล่น” อยู่ห่างจากบ้านคำบง ซึ่งเป็นบ้านเกิด ของ หลวงปู่มั่น ประมาณ ๕ ก.ม. ในราวปี พ.ศ.๒๔๔o หลวงปู่เสาร์ กันตะสีโล ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านได้นำท่านมาอบรมสมาธิบนภูหล่นแห่งนี้ ซึ่งเมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยไข้ป่า และ สัตว์ร้าย ท่านจึงได้นำชาวบ้านมาช่วยขนหิน ดินโคลน ขึ้นมาก่อเป็นถ้ำพอเป็นที่อยู่อาศัย กันสัตว์ร้ายมารบกวน เวลาทำความเพียร หลังจากหลวงปู่เสาร์พระอาจารย์ของท่านได้อบรมจนรู้ชัดว่ากำลังสมาธิอันแน่วแน่ ได้เกิดขึ้นแล้วในหลวงปู่มั่น ท่านจึงได้เเยกจากไป

หลวงปู่มั่นท่านได้บำเพ็ญภาวนาอยู่บนภูหล่น ประมาณ ๕ ปี ท่านได้จากสถานที่แห่งนี้ไปหลังจากท่านได้แสดงธรรมเทศนาอบรมโยมมารดาจนเกิดศรัทธา ออกประพฤติศีลพรหมจรรย์ตามท่านไป ในราวปี พ.ศ. ๒๔๔๙ หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้ย้อนกลับมาอีก สถานที่ภูหล่นจึงเป็นปฐมสมถวิปัสสนากัมมัฎฐานของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เสาเฉลียง แหล่งท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลฯ

สำหรับใครที่กำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่อยู่ติดกับผาแต้มมากที่สุด และมีความสวยงามอีกด้วย เราแนะนำเสาเฉลียง แหล่งท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี

เสาเฉลียง ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม จากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทางสาย 2134 (โขงเจียม – ศรีเมืองใหม่) ประมาณ 5 กิโลเมตร แยกขวา เข้าเส้นทางสาย 2112 อีกประมาณ 9 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปผาแต้ม จะถึงเสาเฉลียงประมาณ 1.5 กิโลเมตรก่อนถึงผาแต้ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี

เสาเฉลียงเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยแม่น้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เกิดขึ้นในชั้นหินที่วางตัวอยู่ในแนวราบหรือเกือบราบและในแต่ละชั้นมีส่วนประกอบของแร่ที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีความแข็งและทนทานที่ไม่เหมือนกัน

สาระน่ารู้


รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ใครว่ามีแต่โทษ!! ข้อดีของการดื่มเบียร์มีอะไรบ้าง

ถ้าพูดถึงเบียร์นั้นหลายๆ คนมักจะคิดถึงแต่ข้อเสียของการดื่มมากกว่าข้อดี โดยเบียร์จัดว่าเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ให้ประโยชน์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเบียร์ให้ประโยชน์ใดกับร่างกายยังไงบ้างไปเช็คกันเลย

1. ดีกับหัวใจ การดื่มเบียร์นั้นจะยิ่งทำให้หัวใจแข็งแรง เนื่องจากการทดลองนั้นค้นพบว่า คนที่ดื่มเบียร์ 1 ลิตรต่อวัน ก็จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์มากถึง 42 เปอร์เซ็นต์ นั่นก็เพราะสารโพลีฟีนอล ซึ่งมีอยู่ในตัวของคนดื่มเบียร์นั้น มีปริมาณมากพอที่จะป้องกันการเป็นโรคหัวใจได้ เรียกว่าดื่มเพื่อโด๊ปก็เป็นไปได้

2. ดีกับไต การดื่มเบียร์นั้นช่วยลดการเกิดนิ่วในไตได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จากผลการวิจัยของประเทศฟินแลนด์ เพราะเวลาที่ดื่มเบียร์นั้น ร่างกายเราจะต้องการขับปัสสาวะมากกว่าการดื่มน้ำธรรมดา จึงสามารถช่วยลดการสะสมของแคลเซียมในไต ที่เป็นสาเหตุของการเกิดนิ่วในไตได้ ถือว่าเป็นความพิเศษจากการดื่มเบียร์จริงๆ

3. ดีกับหลอดเลือด ถ้าเราดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายแล้ว จะทำให้มีผลต่อความดันเลือด ทำให้เลือดนั้นไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ลดปัญหาเรื่องไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือเส้นเลือดในสมองแตกได้ โดยเฉพาะกับหลอดเส้นเลือดสมองที่มีขนาดเล็กมาก ก็จะลดความเสี่ยงต่อการตีบตันได้

4. เสริมสร้างวิตามิน ในเบียร์นั้นมีวิตามินอยู่มากโดยเฉพาะวิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง แค่ดื่ม 1 ขวดต่อวันก็จะได้ปริมาณวิตามินบี 12% ของที่ร่างกายต้องการต่อวันได้แล้ว ดังนั้นแทนที่จะหาอาหารเสริมที่เป็นวิตามินบีชนิดเม็ดกิน ก็ลองหันมาดื่มเบียร์แทนดู ก็คงเข้าท่าไม่ใช่น้อยเลย

5. ป้องกันการเป็นเบาหวาน มีงานวิจัยตีพิมพ์ลงในวารสารสมาคมของคนเป็นโรคเบาหวานแห่งยุโรปพบว่า คนที่ดื่มเบียร์ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะพบแนวโน้มการเป็นเบาหวาน น้อยกว่าคนที่ไม่นิยมดื่มเบียร์เลย เพราะเบียร์สามารถควบคุมระดับการทำงานของอินซูลินในเลือดให้เป็นปกติได้เป็นอย่างดี แต่คุณก็ต้องจำกัดอาหารอื่นๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติด้วยนะ

6. ดีต่อกระดูก นอกจากนมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงที่เราดื่มมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็ยังมีงานวิจัยที่ค้นพบว่าเบียร์นั้นช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กับมวลกระดูกได้ อาจจะเป็นเพราะซิลิคอนที่มีอยู่ในเบียร์นั้นเป็นแร่ธาตุสำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงได้ ใครที่ไม่ชอบดื่มนมแต่ชอบดื่มเบียร์งานนี้คงเป็นข่าวดีนะ

7. ดีกับช่องปาก นอกจากจะดีต่อกระดูกแล้ว เบียร์ก็ยังดีต่อฟันด้วยนะ มีการวิจัยค้นพบว่าการดื่มเบียร์นั้นสามารถยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก ที่จะมีส่วนทำให้ฟันผุ เกิดโรคเหงือก รวมถึงลดการเป็นหวัดเจ็บคอได้ ถือเป็นทำความสะอาดปากและฟันไปในตัวด้วย หากว่าคุณได้ดื่มเบียร์อยู่เป็นประจำ

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เตรียมตัวไว้!! สอบครูผู้ช่วยต้องเตรียมตัวอ่านวิชาอะไรบ้าง

หลายคนที่กำลังเตรียมตัวที่จะสอบครูผู้ช่วย แต่ท่านไม่รู้ว่าจะใช้วิชาไหนในการสอบบ้าง ทางเราจะมาแนะนำวิชาที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วย ว่ามีวิชาอะไรบ้าง

วิชาที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วยมีอะไรบ้าง

ภาค ก ความรอบรู้ ความสามารถทั่วไป ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
1. ความรอบรู้ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) ให้ทดสอบในเรื่องต่อไปนี้
1.1 สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน
1.2 นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
1.3 วัฒนธรรมไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
1.4 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ
– พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และทีแก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
– พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551
– กฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับส่วนราชการนั้นกำหนด (ถ้ามี ให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบแข่งขันด้วย)
2. ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) ให้ทดสอบด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัยในเรื่องต่อไปนี้
2.1 ความสามารถด้านตัวเลข ให้ทดสอบโดยการวัดความสามารถในการคิดเลข สรุปเหตุผลเกี่ยวกับตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ
2.2 ความสามารถด้านภาษาไทย ให้ทดสอบความเข้าใจภาษา การอ่านจับใจความ การสรุปความ การตีความ การขยายความ การเรียงข้อความ การสะกดคำ การแต่งประโยค และคำศัพท์
2.3 ความสามารถด้านเหตุผล ให้ทดสอบโดยการวัดความสามารถในการคิดสรุปหาเหตุผล และอุปมาอุปไมย
3. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) ให้ทดสอบด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย เรื่องต่อไปนี้
3.1 วินัยและการรักษาวินัย
3.2 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
3.3 มาตรฐานวิชาชีพ
3.4 จรรยาบรรณวิชาชีพ
3.5 สมรรถนะวิชาชีพ

ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
1. ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา (คะแนนเต็ม 75 คะแนน) ให้ทดสอบโดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย ในเรื่องต่อไปนี้
1.1 หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
1.2 หลักการสอน และการจัดการเรียนรู้
1.3 จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว
1.4 การพัฒนาผู้เรียน
1.5 การบริหารจัดการชั้นเรียน
1.6 การวิจัยทางการศึกษา
1.7 สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา
1.8 การวัดและประเมินผลการศึกษา
2. ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาเอก (คะแนนเต็ม 75 คะแนน) ให้ทดสอบโดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย และหรือภาคปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ในเนื้อหากลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก กรณีกำหนดให้มีทั้งการสอบข้อเขียนแบบปรนัยและภาคปฏิบัติ ให้ส่วนราชการกำหนดสัดส่วนคะแนนให้ชัดเจนพร้อมกับการประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : pantip

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ไม่ตกงานแน่นอน!! อาชีพแห่งปี 2020 เรียนจบออกมาแล้ว ไม่ตกงานอย่างแน่นอน

หลายจบเรียนจบมาแล้วไม่อยากจะตกงานอย่างแน่นอน เราจะมาแนะนำ 10 อาชีพแห่งปี 2020 เรียนจบออกมาแล้ว ไม่ตกงานอย่างแน่นอน

1.นักการเงิน ด้วยการลงทุนทางการเงินที่มีความซับซ้อน อาชีพนี้จึงต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถนำความรู้พื้นฐานคณิตศาสตร์มาคำนวน การพยากรณ์ และการประเมิณแนวโน้มได้
2.อาชีพสายสุขภาพ เนื่องจากไทยและอีกหลายประเทศกำลังเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ฉะนั้นความต้องการดูแลสุขภาพ และการรักษาพยาบาลก็จะมากขึ้นเช่นกัน
3.นักวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยความเติบโตอย่างต่อเนื่องของยุค Big Data การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการเข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภค จึงเป็นอีกสายอาชีพที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องการ
4.นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามีมากขึ้น ดังนั้น ความต้องการแรงงานเฉพาะด้าน ชีววิทยา, เคมี และวิศวกรรม จึงเพิ่มขึ้น
5.วิศวกรคอมพิวเตอร์ เมื่อทุกธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยี อาชีพนี้จึงเป็นที่ต้องการในตลาด เช่น ธนาคาร ก็ต้องการระบบคอมพิวเตอร์ที่จะรองรับการทำธุรกรรมการเงินที่ขยายตัว บริษัทขนาดใหญ่ต้องการระบบ network ที่มีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพ
6.สัตวแพทย์ ในยุคที่คนมีลูกน้อยลง และความนิยมหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ฉะนั้นสัตวแพทย์จึงมีแนวโน้มต้องการสูง
7.วิศวกรรมและวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ในยุคภาวะโลกร้อน พลังงานสะอาด รวมไปถึงพลังงานทางเลือกคงไม่มีทางเลือก คงไม่มีสายงานไหนเหมาะจะมาพัฒนาให้โลกเราน่าอยู่เกินกว่านี้อีกแล้ว
8.นักจิตวิทยาบำบัด มีการคาดการณ์ว่าตลาดอาชีพนี้จะโตถึง 41% ในปี 2020 ส่วนสาเหตุก็จะมาจากความเครียด – ความกดดันในการทำงานและชีวิตส่วนตัวของคนในอนาคต
9.นักบริหาร ด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมโลกนี้ให้ใกล้กันมากขึ้น ฉะนั้นตำแหน่งนักบริหารจัดการจึงมีความต้องการสูง ซึงนอกจากทักษะการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนและการวางแผนการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
10.ผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ยุคนี้เป็นยุคที่คนรุ่นใหม่หันมาทำธุรกิจส่วนตัวกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่สะดวกรวดเร็วบวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่ชอบการทดลองอะไรใหม่ ๆ แต่ธุรกิจจะไปต่ออย่างยั้งยืนแค่ไหน คงต้องอาศัยองค์ความรู้ล้วน ๆ

cr : smartsme

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เตรียมตัวกันไว้ดีๆ !!5 ช่องยูทูบที่ใช้ในการติวข้อสอบ นายสิบตำรวจ ฉบับเร่งรัด รับรองทำข้อสอบได้แน่นอน

หลายๆท่านอยากที่จะสอบเป็นตำรวจเนื่องจากมีเปิดรับสมัครกันอยู่ตลอดทุกปี หลายๆท่าน หาชิสหรือแนวข้อสอบจากเพจต่าง ๆ เพื่อที่จะมาใช้เป็นแนวข้อสอบ หรืออาจจะเสียเงินในการไปติวหนังสือเพื่อที่จะสอบตำรวจอีกด้วย และอีกทางหนึ่งก็คือทางช่องทางยูทูป เราจะมาแนะนำช่องยูทูปที่ใช้ในการติวสอบตำรวจแบบเร่งรัด รับรองทำข้อสอบได้แน่นอน

1.AWS Family

ลิงค์ยูทูป : https://www.youtube.com/results?search_query=AWS+Family

2.Nine 100 Online

ลิงค์ยูทูป : https://www.youtube.com/results?search_query=Nine+100+Online

3.พี่เบิร์ด คณิตศาสตร์

ลิงค์ยูทูป : https://www.youtube.com/results?search_query=%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94+%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C

4.เตรียมสอบข้าราชการ by not talent

ลิงค์ยูทูป : https://www.youtube.com/results?search_query=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3+by+not+talent

5.Math นายสิบตำรวจ By #BIG

ลิงค์ยูทูป : https://www.youtube.com/results?search_query=Math+%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88+By+%23BIG

Cr : Neemmy BK

 

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เช็คยังไงบ้าง!! เข้าไปเช็คเงินสมทบ กองทุนประกันสังคม ว่าจ่ายไปแล้วเท่าไหร่แล้ว?

หลายคนอยากรู้ว่าเช็คยอดประกันสังคม ว่าเราจ่ายเงินค่าประกันสังคมไปเท่าไหร่ โดยการส่งเงินประกันสังคมทุกเดือน ถ้าเป็นลูกจ้างของบริษัท นายจ้างจะมีหน้าที่ส่งเงินประกันสังคม 10% โดยเป็นส่วนบริษัทอีก 5% แต่ไม่เกิน 750 บาท(ในส่วนของลูกจ้าง) เช่น ถ้าเราได้รับเงินเดือน 16,500 บาท จะโดนหักเงินประกันสังคม 750 บาท (16,500*5%=825บาท แต่กฏหมายให้จ่ายไม่เกิน750บาท) และอีก 750 บาท เป็นในส่วนของนายจ้าง สรุปคือนายจ้างจะส่งเงินสมทบให้เราจำนวน 1,500 บาท ในเดือนนั้นอีกด้วย

โดยวิธีการเข้าเช็คว่าแต่ละเดือนคุณส่งเงินประกันสังคมไปเท่าไหร่ เข้าไปเช็คดังนี้

1.เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม และเข้าสู่ระบบสมาชิก https://www.sso.go.th/wpr/main/login
-ทำการใส่ (รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน)
*หากใครยังไม่เป็นสมาชิก ต้องสมัครก่อนนะครับ

2.เข้าไปที่เมนู >> ข้อมูลผู้ประกันตน โดยระบบจะแจ้งชื่อและข้อมูลของเราและสามารถเลือกเมนูที่เราต้องการทราบ เช่น
-ข้อมูลการส่งเงินสมทบ
-ยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล
-ประวัติการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล
-การใช้สิทธิประโยชน์ทดแทน
-การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ
-ตรวจสอบข้อมูลใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่างเข้าดู >> ข้อมูลการส่งเงินสมทบ

ขอบคุณข้อมูล : jobthaidd

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

ระวังตัวไว้!! covid-19 ใกล้ตัวกว่าที่คิด ติดบนธนบัตรและสิ่งของอื่นนานสูงสุด 9 วัน

ทุกคนต้องระวังตัวไว้เพราะมันเป็นเรื่องเมื่อ covid-19 โรคที่ฆ่าคนตายไปหลายราย สามารถติดบนธนบัตรและสิ่งของอื่นนานสูงสุด 9 วัน

โดยสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดและสัมผัสทุกวัน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายที่จำเป็นต้องสัมผัส ไม่สัมผัสก็ไม่ได้ ของก็ต้องขาย เงินก็ต้องรับ ที่สำคัญเราไม่รู้ว่าธนบัตรที่เรารับมานั้นผ่านมือใครมาบ้าง ฉะนั้นเราควรป้องกันตัวเองด้วยการ พกเจลแอลกอฮอล์ และล่างมือบ่อยๆหรือทุกครั้งหลังสัมผัสธนบัตร

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ลงบนวารสาร Journal of Hospital Infection เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่าไวรัสโคโรนาสามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายมนุษย์บนวัตถุสิ่งของต่างๆ ได้นานถึง 9 วัน ซึ่งถือว่านานกว่าความเข้าใจเดิมๆ ที่ว่าไวรัสนี้อยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมงบนสิ่งไร้ชีวิตอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thestandard