ประกันสังคม ปี 2569 ปรับเพดานค่าจ้าง สิทธิประโยชน์เพิ่ม เช็กเลย ได้สิทธิอะไรเพิ่มบ้าง
ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนทุกคน ตั้งแต่ ปี 2569 เป็นต้นไป สำนักงานประกันสังคมได้ปรับ ฐานค่าจ้างสูงสุด จากเดิม เป็น 17,500 บาทต่อเดือน เพื่อให้ สิทธิประโยชน์ ที่ผู้ประกันตนได้รับเพิ่มขึ้นตามฐานค่าจ้างใหม่ เรียกได้ว่า เงินเดือนขยับ สิทธิก็ขยับตาม
ผู้ที่มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป และส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนขึ้นไป จะได้รับสิทธิเพิ่มในหลายด้าน ทั้งกรณี เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ว่างงาน คลอดบุตร เสียชีวิต และชราภาพ
กรณีเจ็บป่วย / ทุพพลภาพ
สิทธิใหม่ รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 8,750 บาทต่อเดือน (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,250 บาทต่อเดือน) สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ เงินทดแทนนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงรักษาตัวได้มากขึ้น
กรณีว่างงาน
สิทธิใหม่ รับเงินทดแทนการขาดรายได้
กรณีลาออก 30% ของค่าจ้าง นานไม่เกิน 90 วัน (สูงสุด 15,750 บาท)
กรณีถูกเลิกจ้าง 60% ของค่าจ้าง นานไม่เกิน 180 วัน (สูงสุด 63,000 บาท)
หมายเหตุ ต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม
กรณีคลอดบุตร
สิทธิใหม่ เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3,750 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับคุณแม่มือใหม่ในช่วงสำคัญของชีวิต
กรณีเสียชีวิต
สิทธิใหม่ เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ 36 – 119 งวด จะได้รับ 35,000 บาท
สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ 120 งวดขึ้นไป จะได้รับ 105,000 บาท
เพิ่มขึ้นจากเดิม 5,000 – 15,000 บาท เพื่อช่วยครอบครัวในยามสูญเสียให้มีหลักประกันมากขึ้น
กรณีชราภาพ
สิทธิใหม่ เงินสมทบสะสมกรณีชราภาพเพิ่มเป็น 1,050 บาทต่อเดือน จากเดิม 900 บาท เพื่อให้ผู้ประกันตนมีเงินออมในบั้นปลายชีวิตมากขึ้น เพราะ “วันนี้ที่เราส่ง” คือ “ความมั่นคงในวันหน้า” 🕊️
หมายเหตุ เงินทดแทนการขาดรายได้/เงินสงเคราะห์ต่าง ๆ คำนวณจากฐานค่าจ้างใหม่ 17,500 บาท และต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบครบอย่างน้อย 3 เดือน
“ฐานค่าจ้างขยับขึ้น สิทธิประโยชน์ก็เพิ่มตาม” เพราะสำนักงานประกันสังคมอยากให้ทุกคนได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน มั่นใจได้เลยว่า “สิทธิของคุณ” ดีกว่าเดิมแน่นอน
“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน” สอบถามข้อมูลประกันสังคมได้ที่ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
cr : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนในอัตรา 5% ของค่าจ้าง ซึ่งนายจ้างก็ได้สมทบในอัตรา 5% เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีส่วนของรัฐบาลที่ร่วมสมทบในอัตรา 2.75% รวมทั้ง 3 ฝ่าย เป็น 12.75% สำหรับใช้ในการจ่ายสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี ให้แก่ผู้ประกันตน ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน เงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท (คำนวณจากเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท) ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตนใน 7 กรณีสำคัญ
ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท): ครอบคลุมการเจ็บป่วย (รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน), คลอดบุตร (เหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง ฝากครรภ์ 1,500 บาท ผู้ประกันตนหญิงรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร สูงสุด 26,250 บาท), ทุพพลภาพ (เงินทดแทนตลอดชีวิตสูงสุด 8,750 บาท/เดือน ) และเสียชีวิต (ค่าทำศพ 50,000 บาท จ่ายสมทบ 36 เดือน ขึ้นไปได้รับเพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีตาย)
– กรณีว่างงาน (87.50 บาท): รับเงินทดแทนสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน
– เงินออมชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร (525 บาท): เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดเพื่อใช้ในกรณีสงเคราะห์บุตร
อายุไม่เกิน 6 ปี (1,000 บาท/เดือน/คน) และเงินชราภาพ (บำเหน็จ/บำนาญ) ซึ่งนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสมทบสะสม 1,050 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ไม่ใช่ผู้ประกันตนทุกคนต้องชำระเงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนมีค่าจ้างไม่ถึง 17,500 บาท จะชำระในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น ค่าจ้าง 10,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบในอัตรา 500 บาทต่อเดือน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่เคยใช้สิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงไม่มีครอบครัว อาจรู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินสมทบที่นำส่งนั้น ขอชี้แจงข้อมูลให้ทราบว่า ถึงแม้ผู้ประกันตนไม่เจ็บป่วย ไม่ได้ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาล แต่กองทุนประกันสังคมได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในลักษณะเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงและให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในยามจำเป็นหรือ ในเวลาฉุกเฉินได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆ เลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมี เงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ นอกจากนี้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป
ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงปี 2562 – 2565 กองทุนประกันสังคมให้การดูแลผู้ประกันตนกรณีเจ็บป่วย และกรณีว่างงานสุดวิสัยจากการปิดสถานประกอบการตามคำสั่งรัฐ รวมเป็นเงินกว่า 268 ล้านบาท หรือเหตุอุกทกภัยในปี 2567-2568 ได้จ่าย ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสุดวิสัย เป็นเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท
“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน” ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

