สรุปกฎใหม่ใช้ “แอปเรียกรถ” คนขับ-ผู้โดยสาร ต้องทำตามนี้
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศบังคับใช้กฎเข้มสำหรับผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มเรียกรถ เช่น รถยนต์หรือจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปฯ โดยกำหนดให้ คนขับต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และใช้รถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก
ประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วันนับจากวันประกาศ
สำหรับคนขับรถผ่านแอป
- รถต้องจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รย.18
- ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ
- ต้องพิสูจน์ตัวตนด้วยระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) ก่อนเริ่มงานทุกวัน
- ห้ามให้คนอื่นใช้บัญชีขับรถแทนเด็ดขาด
- แชร์ตำแหน่ง GPS ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์
- คุยกับลูกค้าได้ผ่านแอปเท่านั้น ไม่เปิดเผยเบอร์โทร
สำหรับแพลตฟอร์ม/แอป
- ต้องรายงานจำนวนรถทุกประเภทให้กรมขนส่งทางบกทุกปี
- คิดราคาค่าโดยสารตามกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งราคากันเอง
- ต้องให้ข้อมูลชัดเจน เช่น คนขับ, ทะเบียน, ราคา, เส้นทาง ก่อนเริ่มเดินทาง
- ต้องมีปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ทั้งคนขับและผู้โดยสาร
- มีพนักงานประจำ 24 ชม. รับแจ้งเหตุ
- เก็บข้อมูลและแสดงประวัติการเดินทางทุกครั้ง
สำหรับผู้ใช้แอปเรียกรถ
- ต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน
- เลือกประเภทรถได้ และดูราคาประเมินล่วงหน้า
- ยกเลิกหรือเปลี่ยนปลายทางได้ตามเงื่อนไข
- ให้คะแนนและร้องเรียนคนขับได้ง่ายขึ้น
ที่สำคัญ ทุกแพลตฟอร์มต้องรายงานผลการดำเนินงานทุกปี กรมขนส่งจะประเมินกฎหมายนี้ทุกปี และอาจปรับปรุงตามเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามสายแอปต้องเตรียมตัวให้พร้อม แพลตฟอร์มต้องทำตามกฎหมาย คนขับต้องมีเอกสารครบ ผู้โดยสารต้องยืนยันตัวตน ความปลอดภัยต้องมาก่อน
นอกจากนี้ ETDA ยังได้ออกประกาศที่ ธพด. 2/2568 เพื่อเน้นย้ำว่าแพลตฟอร์มที่ดำเนินธุรกิจด้านรถโดยสารสาธารณะ ต้องปฏิบัติตามมาตรา 21 ของพระราชกฤษฎีกาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการประเมินและจัดการความเสี่ยง เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้างต่อภาครัฐและประชาชน
ที่มา : posttoday