ข้าราชการอยู่ยาก!! ข้าราชการ เตรียมยุบตำแหน่ง ไม่เพิ่มอัตรา ลดคน 15% ภายในปี 75


ข้าราชการ เตรียมยุบตำแหน่ง ไม่เพิ่มอัตรา ลดคน 15% ภายในปี 75

ข้าราชการอยู่ยากแล้ว รัฐยุบตำแหน่ง ไม่เพิ่มอัตรา ลดคน 15% ภายในปี 2575 แก้ปมงบฯ ประจำบาน เช็ก 11 ตำแหน่งข้าราชการเกษียณเมื่อไร ยุบเลย ไม่รับเพิ่ม

รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากสถานะทางการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำอยู่ที่ 70% เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในสัดส่วนที่สูงมาก และรัฐบาลมีภารกิจสำคัญหลายด้านที่จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

ดังนั้นการดำเนินการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา

1. กรณีการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลัง บริหารอัตรากำลังที่มีอยู่ และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นตามผลการสอบแข่งขัน/คัดเลือกที่ได้ประกาศขึ้นบัญชี หรืออยู่ระหว่างดำเนินการสอบแข่งขัน/คัดเลือก เพื่อควบคุมการเพิ่มกรอบอัตรากำลังในภาพรวม

รวมทั้ง ให้คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง (อ.ก.พ. กระทรวง) ดำเนินการต่อไปนี้

1. พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นกรณีที่มีการประกาศรับสมัครไว้แล้วและรายงานผลการพิจารณายุบเลิกให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ทราบภายในเดือนธันวาคม 2569

2. ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ซึ่งเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งเดิมเคยได้รับการทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น (พนักงานราชการ) ตามสัดส่วนที่มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2566-2570) กำหนดไว้

โดยไม่ทดแทนด้วยกรอบพนักงานราชการ (ยกเว้น กรณีสายงานแพทย์และทันตแพทย์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องใช้บรรจุนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษา และกรณีผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวให้ครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575

3. ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุ จำนวน 11 สายงาน ภายในระยะเวลาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ได้แก่

1.เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง)
2.เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
3.เจ้าพนักงานสื่อสาร
4.เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
5.เจ้าพนักงานห้องสมุด
6.นายช่างขุดลอก
7.นายช่างพิมพ์
8.นายช่างภาพ
9.นายช่างศิลป์
10.บรรณารักษ์ ยกเว้น กรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
11.ผู้ประกาศและรายงานข่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้การปรับลดอัตรากำลังในสายงานสนับสนุนดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการ ให้ส่วนราชการทยอยยุบเลิกตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการและพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมทดแทน ควบคู่กับการวางแผนและบริหารกำลังคนในระยะยาว

มติ ครม. ยังให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และการจัดโครงสร้างของหน่วยงานให้สอดรับกับอัตรากำลังที่กำหนดจากมาตรการตรึงอัตรากำลัง และดำเนินการตามมาตรการโครงสร้างของส่วนราชการ โดยจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน

รวมทั้ง ให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด มาตรการชะลอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น และให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น มาตรการสนับสนุนแนวทางการจ้างเหมาบริการ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มาตรการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ การปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องเสนอ ครม. ภาระงบประมาณรายจ่ายประจำของภาครัฐกำลังกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ภาพสะท้อนชัดเจนปรากฏในตัวเลขงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ตั้งไว้รวม 3,780,600 ล้านบาท โดยเป็นรายจ่ายประจำสูงถึง 2,654,642.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70.2

และยิ่งตอกย้ำความท้าทายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่งบรายจ่ายประจำขยับขึ้นไปถึง 2,786,367.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 73.6 จากวงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลเหลือเงินงบประมาณนำไปใช้ในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น

ทั้งนี้ เบื้องต้นการกำหนดการยุบเลิกกรอบอัตรากำลังในหลายระดับ เพื่อปรับลดจำนวนข้าราชการให้ลดลงอย่างน้อยร้อยละ 15 ภายในปีงบประมาณ 2575

cr : ejan