Avatar

เตรียมตัวไว้!! สอบครูผู้ช่วยต้องเตรียมตัวอ่านวิชาอะไรบ้าง

หลายคนที่กำลังเตรียมตัวที่จะสอบครูผู้ช่วย แต่ท่านไม่รู้ว่าจะใช้วิชาไหนในการสอบบ้าง ทางเราจะมาแนะนำวิชาที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วย ว่ามีวิชาอะไรบ้าง

วิชาที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วยมีอะไรบ้าง

ภาค ก ความรอบรู้ ความสามารถทั่วไป ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
1. ความรอบรู้ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) ให้ทดสอบในเรื่องต่อไปนี้
1.1 สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน
1.2 นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
1.3 วัฒนธรรมไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
1.4 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ
– พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และทีแก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
– พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551
– กฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับส่วนราชการนั้นกำหนด (ถ้ามี ให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบแข่งขันด้วย)
2. ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) ให้ทดสอบด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัยในเรื่องต่อไปนี้
2.1 ความสามารถด้านตัวเลข ให้ทดสอบโดยการวัดความสามารถในการคิดเลข สรุปเหตุผลเกี่ยวกับตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ
2.2 ความสามารถด้านภาษาไทย ให้ทดสอบความเข้าใจภาษา การอ่านจับใจความ การสรุปความ การตีความ การขยายความ การเรียงข้อความ การสะกดคำ การแต่งประโยค และคำศัพท์
2.3 ความสามารถด้านเหตุผล ให้ทดสอบโดยการวัดความสามารถในการคิดสรุปหาเหตุผล และอุปมาอุปไมย
3. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) ให้ทดสอบด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย เรื่องต่อไปนี้
3.1 วินัยและการรักษาวินัย
3.2 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
3.3 มาตรฐานวิชาชีพ
3.4 จรรยาบรรณวิชาชีพ
3.5 สมรรถนะวิชาชีพ

ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
1. ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา (คะแนนเต็ม 75 คะแนน) ให้ทดสอบโดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย ในเรื่องต่อไปนี้
1.1 หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
1.2 หลักการสอน และการจัดการเรียนรู้
1.3 จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว
1.4 การพัฒนาผู้เรียน
1.5 การบริหารจัดการชั้นเรียน
1.6 การวิจัยทางการศึกษา
1.7 สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา
1.8 การวัดและประเมินผลการศึกษา
2. ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาเอก (คะแนนเต็ม 75 คะแนน) ให้ทดสอบโดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย และหรือภาคปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ในเนื้อหากลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก กรณีกำหนดให้มีทั้งการสอบข้อเขียนแบบปรนัยและภาคปฏิบัติ ให้ส่วนราชการกำหนดสัดส่วนคะแนนให้ชัดเจนพร้อมกับการประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : pantip

Avatar

เตรียมตัวให้ดี!! 6 เทคนิค เตรียมสอบ ก.พ. ปี 63 ให้ผ่านในรอบเดียว

หลายท่านกำลังเตรียมที่จะเตรียมสอบ ก.พ. ให้ผ่านในรอบเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาในการสอบในปีหน้าอีกครั้ง ทางจะมี 6 เทคนิค เตรียมสอบ ก.พ. ปี 63 ให้ผ่านในรอบเดียว

1.ไม่เปลืองเวลา หากเรารู้บทที่อ่อนจริงๆ เชื่อว่าหลายคนที่เตรียมตัวสอบ ก.พ.คงมีเวลาจำกัด หลายคนต้องทำงาน 7 วันเต็ม นี่ยังไม่นับอารมณ์เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือเดินทาง และเมื่อมีเวลาจำกัด การอ่านหมดทุกวิชา อ่านทุกหน้า คงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม หากใครกำลังเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ สิ่งที่อยากแนะนำคือ ควรต้องรู้ว่า เนื้อหาที่ออกสอบ ก.พ.ทั้งหมด เราอ่อนจุดไหน และแก้อุดจุดอ่อนตรงนั้น เพราะอย่าลืมว่าข้อสอบ ก.พ.แต่ละปีจะไม่ต่างกันมาก หากเราไม่อุดจุดอ่อน เข้าห้องสอบก็จะตายเพราะจุดอ่อนเหมือนเดิม

2.ควรรู้จำนวนข้อ ที่ต้องทำให้ถูก อย่างที่ทราบว่าการสอบ ก.พ.หลายคนไม่ต้องการทำคะแนนให้มากที่สุด ขอแค่ทำให้ผ่านเกณฑ์เป็นพอ ดังนั้น ในการเตรียมตัวแต่ละวิชา เราอาจนับจำนวนข้อเป็นโกลเลยว่า วิชานี้ต้องทำให้ได้กี่ข้อถึงจะผ่านเกณฑ์ และทำแบบนี้ทุกครั้งที่ทำข้อสอบเก่า นอกจากจะช่วยให้เรามีเป้าที่ปลอดภัยในการสอบมากขึ้น ยังช่วยให้มีไฟในการสอบครั้งนี้ด้วย

3.ฝึกจับเวลาในสถานการณ์กดดัน จากที่ทีมงานเคยพูดคุยกับท่านที่สอบ ก.พ. มาหลายท่าน ล้วนตอบมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทำไม่ทัน” ซึ่งสาเหตุนี้ก็กลายมาเป็นที่มาของคะแนนที่ต่ำจนไม่ผ่านเกณฑ์ และต้องมาสมัครสอบใหม่ในปีนี้ ดังนั้น เรื่องความกดดันในสนามสอบ จึงเป็นอีกหนึ่งความพร้อมที่ผู้สอบอาจต้องเตรียมรับมือ ทั้งการฝึกจับเวลา การฝึกทำข้อสอบในสถานการณ์ที่มีเสียงรบกวน หรืออากาศที่ไม่คุ้นชิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ ของเซอร์ไพรส์ที่ต้องไปลุ้นกันในสนามสอบ

4.แบ่งเวลาให้ปลอดภัยในห้องสอบ การแบ่งเวลาในห้องสอบ วิธีที่ชอบใช้กันมาก คือเอาจำนวนข้อหารด้วยเวลา และจะได้เวลาทำต่อข้อ ซึ่งจริงๆ มีวิธีที่น่าสนใจกว่านั้น คือการแบ่งเวลาตามสิ่งที่ต้องทำ เช่น ตลอดเวลา 1 ชม.ในห้องสอบ จะต้องแบ่งเวลาให้กับเหล่านี้ การเซนชื่อ การทำข้อสอบ การตรวจทาน การตื่นสนาม ซึ่งวิธีนี้เราจะได้เวลาไปบริหารได้ตรงกับสิ่งที่ต้องทำในห้องสอบอย่างแท้จริง การไปลองสอบพรีเทส ก.พ.จะช่วยตรงนี้ได้เยอะมาก

5.อ่านหรือติวให้ตรงบท อยากสอบผ่านต้องอ่านหนังสือ แต่ต้องอ่านให้ตรงจุดด้วย ที่ผ่านมาหลายท่านเลือกอ่านในบทเรียนที่ตัวเองถนัด ซึ่งบทนั้นอาจไม่ได้ออกสอบเลยซักข้อก็เป็นได้ เท่ากับเสียเวลาฟรี อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การสอบ ก.พ.จะอยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด การที่จะอ่านจบทุกบทจะเป็นไปได้ยาก หรือจบแค่ชื่อแต่เนื้อหาไม่ได้อะไรกลับมาเลย ดังนั้น อ่านหรือติวให้ตรงบทควรเป็นลำดับแรกๆ ที่ให้ความสำคัญเลย

6.ควรอ่านเฉลยหลังทำ ข้อสอบ ก.พ. เป็นข้อสอบที่ขึ้นชื่อว่าออกแนวเดิมทุกปี แต่ทำไมยังมีคนหลายคนที่สอบแล้วสอบอีกไม่ผ่านสักที ทั้งนี้เพราะตัวข้อสอบมุ่งวัดความสามารถในการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ และการใช้ภาษาเป็นหลัก ข้อสอบเก่าเหล่านี้ ยิ่งทำเยอะก็เหมือนได้เพิ่มความคุ้นชินกับข้อสอบ ยิ่งอ่านเฉลยหลังทำก็ยิ่งได้เทคนิคและรู้กระบวนการคิดหาคำตอบได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ

cr : สอบเสมือนจริง พร้อมติว ก.พ. By Dek-D

Avatar

เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ ก.พ. ยังไงให้ผ่านในครั้งเดียว

หลายท่านที่กำลังเคร่งเครียดกับเรื่องการสมัครสอบ ก.พ. กันอยู่ และไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวสอบยังไงให้ผ่านได้ในครั้งเดียว เรามีเคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ ก.พ. ยังไงให้ผ่านในครั้งเดียว ท่านลองเอาเทคนิคนิคนี้ไปใช้ดู รับรองได้ผลอย่างแน่นอน

1.ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ชัดเจน ตั้งเงื่อนไขและวิธีการสมัครสอบ ซึ่งการที่เรารู้ขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดอย่างถูกต้อง มันก็จะทำให้เราสามารถเข้าไปนั่งสอบได้นั่นเอง

2.ดูวิชาที่จะใช้สอบให้ดี เพราะถ้าเรารู้ว่าจะใช้วิชาอะไร เรื่องใดบ้างในการสอบ เราจะได้การอ่านที่แคบขึ้นอีกด้วย

3.แบ่งเวลาในการอ่าน และทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้เหมาะสม เพราะหากเราหมกมุ่นกับการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่มีกิจกรรมอื่นเพื่อคอยผ่อนคลายความล้าในการอ่าน ก็จะทำให้การอ่านของท่านไม่มีประสิทธิภาพนั้นเอง

4.ฝึกทำข้อสอบเก่าของ ก.พ. ที่เคยออกสอบบ่อยๆ ก็จะทำให้เราสามารถจับแนวทางของคำถามและคำตอบได้ ฉะนั้นเวลาที่เราไปเจอข้อสอบจริงจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์และหาคำตอบได้เร็วขึ้น เมื่อท่านทำได้เร็วขึ้นเราสามารถไปวิเคราะห์ในข้อที่ท่านไม่มั่นใจได้อีกด้วย

5.ลงทะเบียนติวสอบ ก.พ. เพิ่มเติมได้ ในปัจจุบันนั้นจะมีคอร์สต่าง ๆ ที่เปิดรับสมัครจะมีรูปแบบในการติวออนไลน์ได้อีกด้วย เพราะจะให้ท่านสามารถประหยัดเวลาในการเดินทางไปยังสถาบันติวได้อีกด้วย และท่านยังสามารถเข้าใจในเนื้อหาที่ท่านไม่ถนัดได้อย่างรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้การเลือกคอร์สหรือสถาบันติวให้เหมาะสม

6.เราต้องมีสติให้มากแล้วเชื่อมั่นในศักยภาพของท่านเอง แน่นอนการท่านมีสติในการทำข้อสอบนั้นจะทำให้ท่านสามารถรับมือกับความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี รวมถึงการที่ท่านเชื่อมั่นในตัวเองเสมอว่าเราต้องทำได้ มันเป็นเหมือนกำลังใจที่ช่วยกระตุ้นให้ท่านมั่นใจในคำตอบที่ท่านเลือกในแต่ละข้อ เพราะถ้าเกิดท่านทำข้อสอบแล้วเกิดความลังเลจะให้ท่านไม่มีสมาธิในการทำข้อสอบได้อีกด้วย

Avatar

เอาไว้จำสอบ!! 11 เทคนิคการอ่านหนังสือให้จำได้เร็วในเวลาจำกัด ทำได้แน่นอน

หลาย ๆ คนกำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะอ่านหนังสือสอบเพื่อที่จะเข้ารับราชการต่าง ๆ ทางจะมาแนะนำ 11 เทคนิคการอ่านหนังสือให้จำได้เร็วในเวลาจำกัด น่าจะช่วยให้ท่านทำข้อสอบกับทางเราได้อย่างแน่นอน

เทคนิคที่ 1 คือเริ่มอ่านทั้งหมดและจดเฉพาะส่วนที่สำคัญ พอเราเห็นข้อความสามารถนึกถึงข้อความได้ทันที เราสามารถใช้ในการทบทวนและสรุปคร่าว ๆ ที่อ่านมาได้ ใช้วิธีนี้ตอนอ่านหนังสือ มีเวลาแค่ 1 วันแต่ต้องอ่านถึง 3 วิชา ผลออกมาเป็นที่พอใจ

เทคนิคที่ 2 เมื่อรู้สึกว่าท่านอ่านแล้วเริ่มไม่จำ ให้ท่านกินข้าว จิบน้ำ หรือเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้าง หรือพักผ่อนสายตาซักหน่อย ซึ่งเป็นการพักผ่อนชั่วคราว เพราะสมาธิของเรามีแค่ 15 นาที พอหลังจากให้ท่านตั้งใจอ่านเต็มที่เลย

เทคนิคที 3 การทบทวนกับตัวเองหรือกับเพื่อนเป็นการทำให้ท่านได้ทบทวนสิ่งที่ได้อ่านมาโดยไม่มีโพยที่จดไว้ ทำให้ได้ใหม่จากเพื่อน และทำให้เพื่อนที่ไม่ได้อ่านมาได้ทบทวนไปด้วย ซึ่งเป็นช่วยแชร์ความรู้อีกด้วย

เทคนิคที่ 4 เคี้ยงหมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้กระตุ้นความคิดมากขึ้น มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย หลายท่านอาจจะลองมาแล้ว ได้ผลดีอีกด้วย

เทคนิคที่ 5 จินตนาการเชื่อมโยงเนื้อหา เมื่อเวลาท่านอ่านหนังสือ ท่านควรตั้งคำถามไปพร้อมกับการอ่าน เพื่อเป็นการเกร็งข้อสอบไปในตัวด้วย

เทคนิคที่ 6 การนอนหลับก่อนไปสอบ หลายท่านอาจจะคิดว่าการนอนหลับนั้นจะทำให้ลืมสิ่งที่ท่านอ่านไว้ แต่สำหรับถ้าท่านได้พักผ่อนเต็มที่ สมองจะทบทวนในสิ่งที่ท่านอ่านไปอีกด้วย ถ้าท่านอ่านไปจนเช้าแล้วไปเข้าห้องสอบจะจำไม่ได้

เทคนิคที่ 7 เงียบและมีสมาธิ ถ้าอ่านหนังสือขอแนะนำให้อ่านคนเดียว แต่ถ้าทบทวนหรือติวเพิ่มสามารถทำกับเพื่อนเพราะถ้ามาอ่านกับเพื่อนแทบไม่ได้อ่านเท่าไหร่ เพราะสมาธิไม่ค่อยจะมี ผลสุดท่ายก็ต้องมาอ่านเอง

เทคนิคที่ 8 จิบน้ำ ซึ่งการจิบน้ำจะช่วยให้เรากระปรี้กระเปร่า มีน้ำไปเลี้ยงสมองเพราะตอนอ่านหนังสือสมองต้องจำและต้องคิดทำให้สมองเหนือยล้าได้ การจิบน้ำช่วยได้

เทคนิคที่ 9 กดดันตัวเองเล็กๆ การที่ท่านให้กำลังใจตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย กดดันตัวเองต้องอ่านให้เสร็จ ต้องอ่านให้ได้ต้องอ่านให้ได้ ต้องเข้าใจให้ได้ ยิ่งระยะเวลาอันสั้นแล้ว กดดันตัวเองช่วยได้ดีมากเลย

เทคนิคที่ 10 ใช้วิธีการเดาใจอาจารย์ผู้สอน ว่าจะออกข้อสอบประมาณไหนดูจากการพูดเวลาสอน ถ้าอาจารย์สอนเยอะพูดผิดพูดถูก อันนี้เกร็งข้อสอบไม่ยาก แต่ถ้าอาจารย์สอนมีหลักการและเหตุผล อันี้จะออกแนวประมาณต้องจำซักหน่อย

เทคนิคที่ 11 ถ้าจำเป็นต้องจำว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นวิธีจำเป็นคำคล้องจองกันแล้วเอาคำสั้น ๆ มาต่อกันท่อง พอถูๆไถไปได้อย่างแน่นอน

นี่คือ 11 เทคนิคในการอ่านหนังสือให้จำได้อย่างรวดเร็ว ท่านสามารถนำเทคนิคนี้ไปสามารถที่ไหนก็ได้อย่างแน่นอน