Avatar

ครม.ไฟเขียวเลื่อนเปิดเทอม จาก 16 พฤษภาคม เป็น 1 กรกฎาคม 2563

ครม.ไฟเขียวเลื่อนเปิดเทอม จาก 16 พฤษภาคม เป็น 1 กรกฎาคม 2563

วันนี้ (7 เม.ย.) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอการปรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 โดยให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะปรับวิธีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่กำหนดไว้ในแต่ละระดับการศึกษา ของปีการศึกษา 2563 โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ต่อไป

สาระสำคัญของเรื่อง ศธ. เสนอว่า

1. ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติในคราวประชุมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ข้อ 2 ยับยั้งการระบาดภายในประเทศ ข้อ 2.4 งดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย (สถาบันการศึกษา) โรงเรียน โรงเรียนนานาชาติ และสถาบันกวดวิชา หรือปรับวิธีการเรียนการสอนเป็นทางออนไลน์ ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นระยะเวลา 14 วัน และให้สถานศึกษาดำเนินการป้องกันโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เมื่อสถานศึกษากลับมาเปิดสอนตามปกติ และข้อ 2.6 งดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัดของหน่วยงานที่มีคนจำนวนมาก ได้แก่ ค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน รวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว หรือหากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ของโรค เช่น การตรวจคัดกรองคนก่อนเคลื่อนย้าย

2. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 ข้อ 7 วรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษาเปิดและปิดภาคเรียนตามปกติในรอบปีการศึกษาหนึ่งตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ (1) ภาคเรียนที่หนึ่ง วันเปิดภาคเรียน วันที่ 16 พฤษภาคม วันปิดภาคเรียน วันที่ 11 ตุลาคม (2) ภาคเรียนที่สอง วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 พฤศจิกายน วันปิดภาคเรียน วันที่ 1 เมษายน ของปีถัดไป วรรคสอง สถานศึกษาใดประสงค์จะเปิดและปิดภาคเรียนแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดเป็นผู้กำหนดตามที่เห็นสมควร ดังนั้น อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรให้มีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าหากมีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2563 เป็นอย่างยิ่งและจะมีผลกระทบต่อไปถึงการเรียนการสอนในปีการศึกษาต่อ ๆ ไปด้วย โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ประสานงานกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ถึงความเหมาะสมในวิธีการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับนโยบายโดยรวมของประเทศต่อไป

3. กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศเรื่องให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563 ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษดังกล่าว หากมีความจำเป็น ให้ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดแนวทางแก้ปัญหา ทั้งนี้ ให้สถานศึกษาจัดให้มีการเรียนการสอนด้วยการไม่ต้องเข้าชั้นเรียนโดยปรับการเรียนการสอนเป็นทางออนไลน์

4. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถติดต่อโดยการแพร่กระจายละอองฝอยของเชื้อโรคเหมือนเชื้อกลุ่มไข้หวัด และการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง จึงติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตประชาชน ประกอบกับในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคทั้งยังไม่มียารักษาโรคโดยตรง ทำให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนเป็นกลุ่ม หรือการรวมตัวกันของคนหมู่มาก มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้เรียน ครู ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบการปรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563

5. เนื่องจากตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) มีคำแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี อันส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาในกระบวนการการรับสมัคร การสอบคัดเลือก การจับฉลาก การประกาศผล การรายงานตัว และการมอบตัวที่ได้กำหนดวันไว้เดิมตามปฏิทินการรับนักเรียน นักศึกษาและผู้เรียนในปีการศึกษา 2563 ซึ่งกำหนดดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2563 โดยขณะนี้สถานศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการข้างต้น ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549

ขอบคุณข้อมูลจาก : mgronline

Avatar

ช่วงโควิดระบาดหนัก!! ออมสินประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ทุกประเภท เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

ออมสินประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ทุกประเภท เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

ธนาคารออมสินออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งช่วยเหลือโดยการพักชำระหนี้ 3 เดือน ทุกประเภท และให้กู้เงิน”สินเชื่อเพื่อค่าใช้จ่าย” ลงทะเบียน 15 เมษายน 2563 นี้

ธนาคารออมสินช่วยลูกค้าเงินกู้ ให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนธนาคารออมสิน จัดให้ทันที เริ่ม 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2563 เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19+

 

Avatar

กรมการขนส่งขนส่งทางบก อบรมใบขับขี่ออนไลน์ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กรมการขนส่งขนส่งทางบก อบรมใบขับขี่ออนไลน์ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กรมการขนส่งทางบก ขยายเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ สามารถใช้ต่อไปได้จนกว่าจะมีการยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมประกาศงดการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ได้สั่งการให้งานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกหน่วยงาน ผ่อนผันขยายระยะเวลาหรืออายุของใบสำคัญรับรอง ใบอนุญาต สัญญา และหนังสือสำคัญ จากวันที่หมดอายุหรือสิ้นอายุออกไปจนกว่าจะมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออก ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

งดการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ กรณีใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้วไม่เกินหนึ่งปี หรือสิ้นอายุเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป หรือครบอายุในระหว่างช่วงงดการดำเนินการ ให้ถือว่ายังสามารถใช้ขับรถได้ โดยให้มาดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น

นอกจากนี้ ยังให้งดบริการการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก และงดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านใบอนุญาตขับรถ และด้านทะเบียนและภาษีรถ ณ หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน หรือศูนย์บริการร่วม

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาการมาติดต่อกับทางราชการ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเปิดการอบรมเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น มีผู้เข้าอบรมแล้วจำนวนกว่า 40,000 ราย ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วในช่วงที่ผ่านมา และผู้ที่เข้ารับการอบรมตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป สามารถนำผลการอบรมมาดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น โดยการอบรมประกอบด้วย การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถรถส่วนบุคคล (รถยนต์, รถยนต์สามล้อ, รถจักรยานยนต์) จำนวน 1 ชั่วโมง การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง จำนวน 2 ชั่วโมง การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (รถยนต์สาธารณะ หรือ รถแท็กซี่, รถยนต์สามล้อสาธารณะ, รถจักรยานยนต์สาธารณะ) จำนวน 3 ชั่วโมง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า การให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่ง ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ใช้ช่องทางชำระภาษีรถประจำปีอื่น โดยไม่ต้องมาติดต่อที่สำนักงานขนส่ง ได้แก่ บริการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th เคาน์เตอร์เซอร์วิส ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น แอปพลิเคชัน Truemoney Wallet mPAY ที่ทำการไปรษณีย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)

*หมายเหตุ ประกาศกรมการขนส่งทางบกอยู่ในคอมเมนท์

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News

Avatar

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ!! เปิด 4 ขั้นตอนลูกจ้างรายวันรับเงิน 5 พันบาทลงทะเบียนผ่านเว็บ เราไม่ทิ้งกัน

เปิด 4 ขั้นตอนลูกจ้างรายวันรับเงิน 5 พันบาทลงทะเบียนผ่านเว็บ เราไม่ทิ้งกัน หลังจากรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อลดการระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บ www.เราไม่ทิ้งกัน.com

ซึ่งกลุ่มที่จะดูแลกลุ่มแรงงานลูกจ้างชั่วคราวอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยจะเพิ่มสภาพคล่องสนับสนุนเงิน 5,000 บาทต่อ 1 เดือนเป็นเวลา 3 เดือน

นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อฉุกเฉินให้กู้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อรายโดยคิดดอกเบี้ย 0.1 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน โดยไม่มีหลักประกันและสินเชื่อพิเศษปล่อยกู้ 50,000 บาทอัตราดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนแต่มีหลักประกัน ตลอดจนถึง โรงรับจำนำให้ดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย

ขั้นตอนการลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาท เยียว”ลูกจ้างชั่วคราว”ได้รับผลกระทบ “โควิด-19”

ลงทะเบียนเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ผ่าน 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย

1. บัตรประชาชน
2.ข้อมูลส่วนบุคคล
3.ข้อมูลนายจ้าง
4.แจ้งส่งเข้าพร้อมเพย์ หรือบัญชีธนาคาร
– พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
– โอนเข้าบัญชีธนาคาร

 

Avatar

ใครที่เดินทางกลับบ้าน ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกัน COVID-19

สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ให้ทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกัน COVID-19 แพร่กระจายไปสู่คนอื่นต่อ ๆ กัน

หากท่านมีความจำเป็นต้องกลับบ้าน ผู้ที่เดินทางตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 เมื่อถึงภูมิลำเนา ควรแยกตัวสังเกตอาการไข้และอาการทางเดินหายใจทุกวัน และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในที่พักอาศัยจนครบ 14 วัน นับจากวันที่เดินทางมาถึงภูมิลำเนา

โดยขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อท่านเดินกลับจากกรุงเทพมหานคร มีดังนี้

1. ไม่รับประทานอาหาร และใช้กาชนะร่วมกับผู้อื่น
2. ไม่ไช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ซ้อนส้อม
3. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำ และสบู่นาน 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์ 70% ลูบมือจนแห้ง
4. หลีกเลี่ยงการพูดคุยใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง
5. หากมีไข้ และอาการทางเดินหายใจ ให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่โดยทันที

Avatar

หลักเกณฑ์รับเงินประกันการใช้ไฟคืน รับสูงสุด 5,000 บาท ดีเดย์ 25 มี.ค. นี้

หลักเกณฑ์รับเงินประกันการใช้ไฟคืน รับสูงสุด 5,000 บาท ดีเดย์ 25 มี.ค. นี้

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) :การขอรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า “บ้านอยู่อาศัย-กิจการขนาดเล็ก”
1. ลงทะเบียนออนไลน์ ได้แก่

แอปพลิเคชั่น : MEA Smart Life
เว็บไซต์ : mea.or.th
Facebook : การไฟฟ้านครหลวง
MEA Twitter : @mea_news
Line : @meathailand
สแกน QR Code ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า (จดเลขอ่านตั้งแต่ 25 มี.ค. 63 เป็นต้นไป รับเงินตั้งแต่ 31 มี.ค. 63
2. ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ (ออฟไลน์)

โทร. 02-256-333 (50 คู่สาย) เริ่ม 25 มี.ค. – 29 พ.ค. 63 เวลา 08.00-15.30 น. ในวันทำการ
3. ลงทะเบียน ณ ที่ทำการของการไฟฟ้านครหลวง 18 เขต ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เพื่อลดความเสี่ยงจาก Covid-19

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) : การขอรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า “บ้านอยู่อาศัย-กิจการขนาดเล็ก”
1. ตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์
https://dmsxupload.pea.co.th/cdp/ ตั้งแต่ 25 มี.ค. 2563

2. ช่องทางรับเงินคืน

รับเงินผ่าน Prompt Pay
บัญชีเงินฝากธนาคาร
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เงินสดที่สำนักงานการไฟฟ้าทั่วประเทศ
3. รอรับ SMS ยืนยันผลการลงทะเบียน เริ่มจ่ายเงิน 31 มี.ค. 2563

4. สอบถามโทร. 1129 (90 คู่สาย)

** การรับเงินคืนผ่าน Prompt Pay (เฉพาะที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้วางหลักประกัน)

**บัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกสิกรไทย และเคาน์เตอร์เซอร์วิสไม่เกิน 50,000 บาท

Avatar

ประกันสังคม พร้อมเยียวยาลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด หยุดงาน 50% เลิกจ้าง 70%

ถือเป็นข่าวดีจากสถานการณ์ในช่วงนี้ที่ทำให้ต้องหยุดงาน ล่าสุดนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานคณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติวันที่ 20 มีนาคม เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน กรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ดังนี้

1. ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ให้ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนจากภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่ระบาดในมนุษย์ รวมทั้งภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้

– ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน

– กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน ร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน

2. เห็นชอบให้ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า เป็นอัตราร้อยละ 4 ระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งเห็นชอบให้ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม, เมษายน และพฤษภาคม 2563 ออกไปอีก 3 เดือน

โดยงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 กรกฎาคม 2563 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนเมษายน 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 สิงหาคม 2563 และงวดค่าจ้างเดือนพฤษภาคม 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 กันยายน 2563

3. เรื่องการรักษาพยาบาล คณะกรรมการมีมติให้ดูแลรักษาผู้ประกันตน ที่ป่วยโควิด 19 ให้ดีที่สุด ตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่กำหนด

นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือผลกระทบจากปัจจัยอื่นใด คณะกรรมการยังมีมติเห็นชอบให้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้นแก่ผู้ประกันตนที่ว่างงานจากกรณีลาออก ร้อยละ 45 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน และจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน จากกรณีเลิกจ้าง ร้อยละ 70 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน

ทั้งนี้ มาตรการนี้ให้ใช้บังคับเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยหลังจากนี้คณะกรรมการจะพิจารณาวิเคราะห์และมีมติพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งจะเร่งรัดให้มีผลบังคับโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของภาครัฐบาล และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน

ขอบคุณข้อมูลจาก : postgoodnews

Avatar

ป้องกันไว้ดีกว่า!! 6 วิธีดูแลตัวเอง ให้ห่างไกล COVID-19

วิกฤติ โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดขณะนี้ จึงอยากให้ทุกคนดูแลตัวเอง และคนใกล้ชิด ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะ 6 วิธีดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างไกลโควิด-19 (Covid-19) และโรคทางเดินหายใจจากไวรัสต่าง ๆ มีดังนี้

1.ล้างมือให้บ่อย : ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ (อย่างน้อย 20 วินาที) หรือเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์

2.หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้คนที่ป่วยที่จาม : หากเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้หน้ากากอนามัย

3.ไม่ขยี้ตา แคะจมูก : ไม่ใช้มือจับตา ปากและจมูก โดยที่ยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด

4.ออกกำลังกายเป็นประจำ : ออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

5.เมื่อมีอาการป่วย : สวมหน้ากากอนามัย พักที่บ้าน แยกตัว ไม่ดีขึ้นหรือมีโรคประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์

6.ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ : หากเป็นกลุ่มสุ่มเสี่ยงต้องไปฉีดวัคซีน

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

Avatar

ทำงานปกติ!! ด่วนเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ 13-14-15 เมษายน ออกไปเป็นที่เรียบร้อย

ด่วนเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ 13-14-15 เมษายน ออกไปเป็นที่เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ศูนย์ฯ ได้มีการประชุมใหญ่

โดยที่ประชุมเสนอให้เลื่อน หยุดสงกรานต์ ระหว่าง วันที่ 13-15 เมษายน ให้ไปหยุดช่วงเดือนกรกฎาคมแทน โดยมอบให้กระทรวงมหาดไทยเสนอเรื่องเข้า ครม.ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือ เสนอให้ สถานบันเทิงต่างๆ ปิดในเวลา 20.00 น. นอกจากนี้ เสนอปิดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เริ่มสอน online ตั้งแต่ 1 เม.ย เป็นต้นไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ ได้มีการเสนอให้ปิดผับทั่วประเทศ รวมทั้ง โรงภาพยนต์ สนามม้า สนามมวย สนามกีฬา รวมทั้งเลื่อนเปิด สถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ออกไปจากเดิม โดยจะเสนอต่อที่ ครม.พรุ่งนี้ (16 มี.ค.) เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน

โดย น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความยืนยัน โดยระบุว่าจะมีการชดเชยวันหยุดให้ภายหลัง ข้อความระบุว่า “ยกเลิกวันหยุด สงกรานต์ 13-14-15 นี้ เดี๋ยวจะมีการชดเชยวันหยุดให้ทีหลังนะคะ

cr : thaijobgov

Avatar

เชิญตรวจฟรี!! สาธารณสุขชี้ตรวจโควิด-19 ฟรี จำเป็นต้องเข้าเกณฑ์ ที่เหลือจ่ายเอง รพ.เอกชนแค่ 1 แห่งรับรอง

สธ.ชี้ตรวจโควิด-19 ฟรี จำเป็นต้องเข้าเกณฑ์ ที่เหลือจ่ายเอง รพ.เอกชนแค่ 1แห่งได้รับรองมาตรฐานตรวจ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ระบุรายชื่อ 18 แห่งให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฟรี ว่า รายชื่อที่เผยแพร่ออกมาไม่ได้ออกมาจากกระทรวงสาธารณสุข ส่วนรายชื่อที่เป็นสถานพยาบาลในเครือข่ายกระทรวงสาธารณสุขที่ให้การตรวจหาเชื้อฯ มีอยู่ 35 แห่ง แต่การจะตรวจฟรีหรือไม่นั้นอยู่ที่ว่าเข้าเกณฑ์ของกระทรวงหรือไม่ อาทิ มาจากพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 มีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อฯ มีไข้โรคทางเดินหายใจ เป็นต้น หากอยู่ในเกณฑ์ก็จะตรวจ รักษาฟรี แต่หากไม่เข้าเกณฑ์แต่อยากมาตรวจจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

ด้าน นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมรพ.เอกชน กล่าวว่า ตนเห็นรายชื่อรพ.ที่มีการส่งต่อทางโซเชียลมีเดียแล้ว ยืนยันว่าเป็นเฟคนิวส์ ข้อเท็จจริงคือ หากเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง มาจากประเทศที่มีการระบาด ถ้าเขามาตรวจเราก็ต้องตรวจเพราะมาจากกลุ่มเสี่ยง แต่ถ้าตรวจแล้วไม่พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผู้นั้นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่ถ้าเป็นบวกก็ไม่ต้องจ่าย จะฟรีเฉพาะคนที่เป็นเท่านั้น และเท่าที่ตนได้รับรายงานมี รพ.เอกชนเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจไวรัสโคโรนา 2019 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์คือ รพ.บำรุงราษฎร์

สำหรับข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประกาศห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ SARS-CoV-2 ที่ผ่านการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการทั้งสิ้น 35 แห่ง คือ ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่ง แบ่งเป็น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข (ส่วนกลาง) และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง

ส่วนห้องปฏิบัติการเครือข่าย 20 แห่งประกอบด้วย 1.คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล 2. คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี 3. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.รพ.ราชวิถี 5. สถาบันบำราศนราดูร 6. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 7. รพ.บำรุงราษฎร์ 8. คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 9. รพ.มหาราชนครราชสีมา 10. คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

11.รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 12. ศูนย์วิจัยมาลาเรียโซโคล ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา 13. รพ.ลำปาง 14. รพ.สวรรค์ประชารักษ์15. บริษัท ไบโอ โมเลกุลาร์ แลบบอราทอรีส์ (ประเทศไทย) 16.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (ฝ่ายไทย) 17.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (ฝ่ายสหรัฐอเมริกา) 18. สำนักป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง 19. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี และ 20. รพ.นครปฐม.

ขอบคุณข้อมูลจาก : khaosod